แพ้เครื่องสำอาง

เครื่องสำอางกับผู้หญิงเป็นสิ่งคู่กันมานานนับพันปี เพราะความสวยเป็นเรื่องที่ผู้หญิงให้ความใส่ใจและมักหาสิ่งของต่างๆมาแต่งเสริมความสวยตลอดเวลา เครื่องสำอางเป็นตัวที่ช่วยปกปิดร่องรอยแผลเป็นหรือจุดที่ไม่มั่นใจบนใบหน้าให้กับสาวๆได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะต้องใช้ทักษะและเทคนิคการแต่งหน้ากันพอสมควร เราจะเห็นได้จากรีวิวขอบล็อกเกอร์สาวทั้งหลายที่สอนเทคนิคการแต่งหน้าเหล่านี้ที่ช่วยเสริมความงามของเธอขึ้นมา จมูกที่โด่งเป็นสันขึ้นโดยการแต่งหน้าไม่ต้องพึ่งการศัลยกรรมใดๆ เทคนิคเหล่านี้บางครั้งก็ต้องใช้เวลานานในการฝึกแต่หญิงสาวก็ไม่รู้สึกย่อท้อแต่ประการใดเพราะพวกเธอให้เหตุผลว่าการแต่งหน้าเก่งๆนั้นเพิ่มความมั่นใจให้กับพวกเธอได้มาก เรียกว่า คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปเพื่อการแต่งหน้าและการเรียนรู้วิธีการแต่งหน้านั่นเอง

แพ้เครื่องสำอาง

การใช้เครื่องสำอางกับใบหน้าทุกวันๆ ย่อมส่งผลเสียได้ค่ะ เพราะหากเราทำความสะอาดเครื่องสำอางเหล่านี้ไม่เกลี้ยงหรือไม่เลือกเครื่องสำอาง ก็อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ขึ้นมาได้ ซึ่งอาการแพ้เครื่องสำอางนั้นแสดงอาการออกมาได้หลายแบบ เช่น

-          อาการปวดแสบปวดร้อนและอาการคัน โดยอาการเหล่านี้จะเกิดในระยะเวลาสั้นๆ เพียงไม่กี่นาทีและมักจะเกิดจากสาเหตุการแพ้เครื่องสำอาง โดยอาการเหล่านี้มักจะหายไปเมื่อหยุดใช้เครื่องสำอางนั้นๆ

-          อาการลมพิษ ผื่นแดง บวม หากอาการแพ้อยู่ในขั้นอาการแพ้ชนิดไม่รุนแรง ก็จะเกิดอาการบวมในบริเวณหนังตา แต่หากเป็นอาการแพ้ชนิดรุนแรงก็มักจะเกิดอาการบวมทั้งใบหน้าหรือถ้าอาการแพ้รุนแรงขึ้นไปอีกก็จะมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออกร่วมด้วย

-          อาการแพ้ผื่นคัน สามารถพบได้บ่อยที่สุดที่บริเวณรอบดวงตา เพราะเป็นบริเวณที่ผิวบอบบางมากที่สุด โดยอาการแพ้เริ่มตั้งแต่การมีผื่นแดงคัน , ตุ่มน้ำ , ตุ่มแดง , ขุย เป็นต้น

-          อาการสิว อาการสิวในเครื่องสำอางสามารถพบได้บ่อยในคนที่ใช้เครื่องสำอางเป็นประจำและไม่จำกัดช่วงวัยว่าจะต้องอยู่เฉพาะในวัยรุ่นเท่านั้น ผู้หญิงวัย 30 อัพก็สามารถเกิดสิวได้ค่ะหากใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมสารเคมีดังต่อไปนี้ เช่น โซเดียมลอรัลซัลเฟต , สเตียรอยด์ , สาโนลิน เป็นต้น

-          อาการผื่นขาว โดยมากมักจะเกิดกับสาวๆที่ชอบใช้ครีมที่ทำให้หน้าขาว โดยครีมเหล่านั้นจะมีส่วนผสมของสารปรอท , ไฮโดรควิโดนในปริมาณสูง การทาครีมเหล่านี้จะส่งผลให้เกิดอาการผิวขาวด่างในบางจุดและอาจจะกลายเป็นด่างถาวรในภาพหลังเพราะเมื่อหยุดใช้ เม็ดสีจะไม่กลับคืนสภาพเดิม ปัจจุบันองค์การอาหารและยาได้ประกาศห้ามใช้สารเคมีเหล่านี้ในเครื่องสำอางแล้ว

แพ้เครื่องสำอาง

เมื่อเกิดอาการแพ้เครื่องสำอางขึ้นและรู้สึกปวดแสบที่บริเวณผิวควรปฏิบัติตัวตามข้อต่อไปนี้

  1. หยุดใช้เครื่องสำอางนั้นทันที เมื่อเกิดอาการแพ้ขึ้นไม่ว่าจะรุนแรงมากหรือน้อย ให้หยุดใช้เครื่องสำอางตัวนั้นแล้วทำความสะอาดผิวหน้าให้หมดจดเพื่อชำระล้างเครื่องสำอางที่แพ้ดังกล่าวออกไป โดยอาการแพ้ที่เกิดขึ้นนั้นจะหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ ระหว่างนั้นให้สังเกตไปด้วยว่าอาการแพ้ดังกล่าวลุกลามขึ้นหรือไม่ซึ่งหากมีอาการแพ้ลุกลามมากขึ้นให้รีบไปพบแพทย์ผิวหนังทันที
  2. หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีสารเคมีที่ทำให้ผิวเกิดอาการแพ้ โดยจำว่าส่วนผสมในเครื่องสำอางที่แพ้นั้นเป็นส่วนผสมชนิดใดและทุกครั้งที่ซื้อเครื่องสำอางควรศึกษาข้อมูลว่าไม่มีส่วนผสมนั้นๆในเครื่องสำอางตัวใหม่เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงอาการแพ้ที่อาจจะเกิดขึ้นอีก
  3. ไม่สัมผัสผิวหนังบริเวณที่เกิดอาการแพ้ หลีกเลี่ยงการนำมือไปสัมผัสกับผิวหนังบริเวณดังกล่าวเพราะอาจจะมีเชื้อโรคที่มือสะสมอยู่ หากเชื้อโรคเข้าไปยังบาดแผลก็สามารถก่อให้เกิดอาการอักเสบซึ่งจะทวีความเจ็บป่วยจากอาการแพ้ได้มากขึ้น

ควรรีบรักษาอาการให้หายโดยเร็ว ในกรณีที่เกิดอาการแพ้และหยุดใช้เครื่องสำอางดังกล่าวแล้ว เมื่อปล่อยเวลาไปสักระยะปรากฏว่าอาการแพ้ยังไม่หายไป ให้รีบไปรับการรักษาจากแพทย์โดยด่วน อย่าปล่อยให้อาการแพ้ยาวนานเพราะมันอาจจะทำให้อาการแพ้ครั้งใหม่หนักกว่าเดิม ทั้งนี้ควรรักษาความสะอาดบาดแผลด้วยยาฆ่าเชื้อเป็นประจำหากเกิดหนองขึ้นมา