เรื่องการสักคิ้วเป็นเรื่องที่มีมานานแล้วก็จริง แต่ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีการสักคิ้วนั้นได้มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง จากในอดีตที่ใครไปสักคิ้วมาเราจะรู้ทันที เนื่องจากดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสีสัน หรือรูปทรงก็ตาม ปัจจุบันการสักคิ้วมีความสวยงามและดูเป็นธรรมชาติขึ้นมาก เรามักได้ยินกันว่ามีการสักคิ้วเป็นมิติ เช่น สักคิ้ว 3 มิติ หรือสักคิ้ว 6 มิติ ซึ่งการใช้เรื่องของมิติมาจำกัดความเรื่องของการสักคิ้วนี้ก็เพื่อให้เห็นภาพว่าคิ้วที่วาดนั้นดูสวยงามสมจริง ดูมีมิติว่ามีความกว้าง ยาว และลึกนั่นเอง

            การสักคิ้วนั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ


  • การสักคิ้วแบบลายเส้น การสักคิ้วแบบลายเส้นจะเป็นการสักคิ้วที่ใช้ความละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ คิ้วที่ได้จะมีลายเส้นของคิ้วที่ดูชัดเจนและเป็นธรรมชาติมากที่สุด เทคนิคที่ใช้จะเป็นการใช้ปากกาเพ้นท์เฉดสีลงบนเส้นขนที่ถูกออกแบบไว้ตั้งแต่แรกเพื่อให้เหมาะกับแต่ละบุคคล การสักคิ้วแบบลายเส้นนี้เหมาะกับคนที่ไม่ได้ชอบการแต่งหน้าแบบจัด ๆ แต่ชอบแต่งหน้าอ่อน ๆ หรือปล่อยให้หน้าดูเบา ๆ เป็นธรรมชาติ การสักคิ้วแบบลายเส้นนี่เองที่มีแบบ 3 มิติ และแบบ 6 มิติ ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วใช้เทคนิคที่เหมือนกันทุกอย่าง สิ่งที่แตกต่างกันก็คือ คิ้ว 6 มิติ จะเน้นความพิถีพิถันในการสักขนคิ้วทีละเส้นเพื่อให้ดูมีมิติและสมจริงมากที่สุดมากกว่านั่นเอง


  • การสักคิ้วแบบเมจิกสไลด์ การสักคิ้วแบบนี้ใช้เทคนิคที่แตกต่างจากการสักคิ้วแบบลายเส้น คือจะเป็นการสไลด์คิ้วด้วยเทคนิคของเกาหลี คิ้วที่ได้จะเหมือนกับคิ้วที่เกิดจากการเขียนคิ้ว คือหัวคิ้วจะสีจาง ส่วนหางคิ้วจะเข้ม ใช้เทคนิคในการไล่เฉดสีให้เหมาะกับแต่ละบุคคล บางกรณีอาจมีการใช้การสักคิ้วแบบลายเส้นร่วมด้วย การสักคิ้วแบบเมจิกสไลด์จึงเหมาะกับสาว ๆ ที่ชื่นชอบการแต่งหน้าเป็นประจำทุกวัน คุณจะผ่านเรื่องของคิ้วไปได้เลย เพราะคิ้วจะเหมือนถูกเขียนแต่งอยู่ตลอดเวลาแล้ว

สำหรับใครที่มีคำถามว่าทำไมต้องเป็นคิ้ว 6 มิติ คำตอบในเรื่องนี้ก็จะเน้นไปที่ความพิถีพิถันของช่างที่มีความชำนาญในการเขียนเส้นขนและเพ้นท์สีด้วยปากกาแบบเส้นต่อเส้น เพื่อให้คิ้วที่ได้ดูสมจริง มีมิติ ไม่หลอกตา และดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด มากกว่าการเขียนคิ้ว 3 มิติแบบธรรมดานั่นเอง ไหน ๆ จะสักคิ้วทั้งที สาว ๆ เราก็อยากจะมั่นใจ อยากจะดูดีและอยากจะได้คิ้วที่สวยที่สุด ถ้าเป็นแบบนั้นก็ทำคิ้วลายเส้นแบบ 6 มิติ ไปเลยค่ะ