บอกลาเทรนด์การแต่งหน้าในแบบเดิม ๆ ที่มักใช้โทนสีเข้ม ๆ กันไปก่อนได้เลย เมื่อคุณคิดจะก้าวเข้ามาเป็นสาวสวยใสสไตล์เกาหลี เพราะส่วนใหญ่แล้วสาวเกาหลีจะแต่งหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ไม่เน้นการแต่งหน้าที่ดูเข้มเหมือนถูกฉาบด้วยแป้งรองพื้น แต่พวกเธอจะเลือกเทรนด์การแต่งหน้าช่วยให้เธอดูสดใส ดวงตากลมโต เป็นประกายดูเจิดจรัสเสียมากกว่า ซึ่งถึงแม้ว่าการแต่งหน้าแบบธรรมชาตินี้จะไม่ใช่เรื่องที่ง่ายมากนัก แต่ในทางกลับกันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินความสามารถของคุณ หากคุณทำตามเคล็ดลับดังต่อไปนี้

แต่งหน้าแบบเกาหลี<

เคล็ดลับการแต่งหน้าตามเทรนด์สาวเกาหลี

1. เน้นผิวหน้าที่ดูฉ่ำวาว เป็นประกาย

 อย่าลืมว่าสาวเกาหลีชอบอะไรที่ดูเป็นธรรมชาติมากที่สุด ฉะนั้นก้าวแรกในการแต่งหน้าของพวกเธอ จึงมักเริ่มต้นด้วยการให้ความสำคัญกับเรื่องรองพื้นเป็นอย่างมาก ส่วนใหญ่แล้วจะเลือกใช้ชิมเมอร์ในฟองน้ำ ที่มีส่วนผสมของ SPF 50 เพื่อเป็นเกราะป้องกันความหมองของผิวหน้าจากแสง UV เข้ามาทำลาย ซึ่งคุณสมบัติพิเศษชิมเมอร์ที่คุณจะเลือกใช้ควรซึบซับได้ดี และแห้งเร็ว รวมถึงต้องไม่เหลือคราบบนใบหน้า ในเวลาที่เนื้อครีมแห้งสนิท

2. เพิ่มไฮไลท์ที่ผิวหน้า

 หากคุณต้องการเน้นเพิ่มความสว่างที่ผิวหน้าให้ดูสว่างสดใสแล้วล่ะก็ คุณควรจะลงไฮไลท์ที่บริเวณโหนกแก้มและใต้โหนกคิ้ว เพื่อเพิ่มมิติให้กับใบหน้าของคุณ

3. เขียนคิ้วตรงเพิ่มความสะดุดตา

ลองสังเกตดูดี ๆ สาว ๆ เกาหลีสมัยนี้แต่งหน้าโทนเรียบร้อยง่าย เขียนคิ้วแบบสบาย ๆ ไม่ต้องโค้งมาก เพราะหากคิ้วของคุณโค้งมากนั้น มันทำให้คุณดูเหมือนตั้งใจแต่งหน้ามากเกินไป ซึ่งไม่ตรงคอนเซปป์เทรนด์สวยใสสไตล์เกาหลี เพราะฉะนั้นควรเขียนแบบธรรมดา ๆ ไม่เรื่องมากก็พอ

4. ทำถุงใต้ตาด้วยไฮไลท์จากเครื่องสำอาง

สาว ๆ เกาหลีเชื่อว่า สิ่งทำให้สาวที่มีดวงตากลมโตนั้นดูเด็กลงได้นั้น ก็คือถุงใต้ตานั่นเอง สำหรับคุณที่ไม่มีก็ไม่ต้องกังวลเพราะเครื่องสำอางสมัยนี้สามารถช่วยคุณได้แน่นอน เพียงคุณนำไฮไลท์ทาใต้ดวงตา หรือบริเวณขนตาล่างนั่นเอง และควรใช้สีน้ำตาลที่เฉดเดียวกับสีผิวของคุณ เกลี่ยบริเวณใต้ขนตาล่างประมาณครึ่งเซนติเมตร เพียงเท่านี้ความอ่อนเยาว์ก็จะเข้ามาปกคลุมใบหน้าของคุณแล้ว

5. ทำพวงแก้มให้เป็นโทนสีส้ม

ขอห้ามสีชมพูเด็ดขาด หากสาว ๆ อยากสวยแบบธรรมชาติเทรนด์เกาหลี เพราะช่วงนี้สีส้มมาแรงจริง ๆ ซึ่งคุณสามารถเลือกใช้ได้ทั้งโทนส้ม peach หรือจะส้ม coral กรณีนี้เราไม่เฉพาะเจาะจง คุณสามารถเลือกได้ตามใจชอบได้เลย

แต่งหน้าแบบเกาหลี<

6. ทาลิปสติกให้มีมิติ

คุณควรทาสีลิปสติกแบบไล่เฉดสีด้วยวิธีง่าย ๆ เพียงคุณนำคอนซิลเลอร์ที่มีอยู่ของคุณมาลงบริเวณริมฝีปากของคุณด้านบน จากนั้นนำสีลิปสติกสีที่ใกล้เคียงกับสีผิวของคุณทาลงบริเวณตรงกลางปากเกลี่ยให้ทั่วรอบริมฝีปากทั้งล่างและบน เพียงเท่านี้ริมฝีปากที่อวบอิ่มของคุณก็จะดูชมพูระเรื่อดูสุขภาพดีและน่าสัมผัส

7. เพิ่มสันจมูก

ส่วนใหญ่สาวเกาหลีจะไม่ค่อยมีดั้งที่โด่งสักเท่าไหร่ และการเพิ่มไฮไลท์ที่สันจมูกเพื่อเพิ่มความโด่งนั้นก็ดูจะเป็นเรื่องที่สำคัญอยู่ค่อนข้างมาก ฉะนั้นคุณจึงควรนำไฮไลท์มาทาช่วงสันจมูกเพื่อเพิ่มมิติให้ดูว่า จมูกของคุณนั้นดูเป็นจมูกที่สวยมีเหลี่ยมมีสัน

 

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับสิ่งที่คุณไม่ควรทำอย่างยิ่ง หากคุณยังต้องการแต่งหน้าตามเทรนด์เกาหลี

1. ห้ามทาตาสีเข้มเด็ดขาดในช่วงกลางวัน

2. ห้ามกรีดอายไลเนอร์สีสันสดใสตามเทรนด์ ที่ดูเยอะมากเกินไป

3. ห้ามเขียนคิ้วให้ดูโค้ง หรือโก่งมากนัก

4. ห้ามติดขนตาปลอมในลักษณะที่เป็นแพง หรือเป็นแพ หากคุณเลี่ยงไม่ได้ควรเลือกชนิดที่ขนตาดูไม่ยาวมากนัก

5. ห้ามลงรองพื้นให้ดูหนาเกินไป

6. ห้ามทาอายแชร์โดว์ ที่มีสีสันตัดกันอย่างสิ้นเชิง

7. ห้ามทาปากสีสดอย่างเช่น สีแดงเลือดนก

8. ห้ามเขียนขอบตาล่างสีเข้ม เพราะจะทำให้ใบหน้าคุณดุ และดูไม่เป็นธรรมชาติ

9. ห้ามปัดแก้มโทนสีชมพูในแบบสว่าง ๆ มากเกินไป

10. ห้ามทาปากแบบไม่มีมิติ หรือทาปากสีด้านสีเดียว

 แต่งหน้าแบบเกาหลี<

เคล็ดลับเพื่อเพิ่มลุคส์ให้คุณดูเป็นสาวเกาหลีเต็มตัว

1. ควรพกสเปรย์น้ำแร่ติดตัว เพื่อฉีคพรมใบหน้าที่เหนื่อยล้าของคุณ ให้กลับมากระปรี่กระเปร่า ดูสดใส

2. ควรพกกระดาษซับมัน ซับความมันก่อน ตบแป้งเพิ่มทุกครั้ง เพื่อลดอาการมันเยิ้มบริเวณใบหน้า

3. ควรมั่นใจ และไม่ส่องกระจกบ่อยจนเกินงาม ที่สำคัญคุณควรแสดงพฤติกรรมให้ดูเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อลดอาการเกร็ง และไม่มั่นใจ หากคุณเพิ่งเริ่มแต่งหน้าในลักษณะนี้

                ทั้งหมดนี้คือขั้นตอนและเคล็ดลับดี ๆ เพื่อเพิ่มความเป็นสาวเกาหลีอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคการแต่งหน้าเทรนด์เกาหลี รวมถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำหากคุณชื่นชอบเทรนด์เกาหลี ฉะนั้นสำหรับคนที่ต้องการแต่งหน้าเทรนด์นี้ อย่าลังเลเด็ดขาด คุณควรโชว์ความสวยในแบบที่คุณชื่นชอบออกมาอย่างเต็มที่ และมั่นใจ เพราะเสน่ห์ของผู้หญิงส่วนใหญ่อยู่ที่ความมั่นใจในตัวเองเท่านั้น