แต่งหน้าไปงานแต่ง

                การแต่งหน้าไปงานแต่งเป็นเรื่องที่สาว ๆ หลายคนหนักใจพอสมควร เพราะบางครั้งแต่งหน้าออกมาแล้วดูเข้มเกินไปแต่งแล้วดูแก่เกินไป และที่แย่ที่สุดคือ แต่แล้วสวยเด่นเกินหน้าเกินตาเจ้าสาวซึ่งอาจจะทำให้เราดูไม่ดีได้ และเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหานั้นเราจึงมีวิธีแต่งหน้าไปงานแต่งงานกลางวันที่เหมาะสมมาฝากสาว ๆ กัน

                การแต่งหน้าเพื่อออกงานกลางวัน ซึ่งช่วงกลางวันนั้นจะต่างกับกลางคืนมาก เพราะมีแสงจากธรรมชาติอยู่แล้วทำให้เรามีความโดดเด่นอยู่แล้วโดยไม่ต้องพึ่งแสงไฟเหมือนช่วงเวลากลางคืน ซึ่งรูปแบบในการแต่งหน้านั้นไม่จำเป็นต้องหนามาก และไม่ต้องเข้มเกินไป อาจจะแต่งออกไปในโทนหวาน หรือโทนนู๊ดก็ได้ ซึ่งมีวิธีการแต่งหน้าดังต่อไปนี้

1. เตรียมอุปกรณ์ในการแต่งหน้าไปงานแต่ง

     - ครีมรองพื้น หรือ BB ยี่ห้อใดก็ได้ เลือกสีให้เข้ากับสีของหน้าตัวเอง อาจจะเลือกครีมรองพื้นที่มีส่วนผสมของชิมเมอร์เพิ่มมาก็ได้เพื่อช่วยให้ถ่ายรูปออกมาแล้วดูเด่นขึ้น

    - แป้งฝุ่น เลือกสีที่ขาวกว่าผิวหน้า 1 เบอร์

    - แป้งพับ เลือกสีเฉดเดียวกันกับผิวหน้า

    - คอนซีลเลอร์สำหรับปกปิดรอยต่าง ๆ บนใบหน้า

    - ดินสอเขียนคิ้ว อายไลน์เนอร์ และมาสคาร่า เลือกสีที่ไม่ต้องเข้มมากเช่นสีน้ำตาลดำหรือสีน้ำตาล เป็นต้น

    - อายเชโดว์สีโทนอ่อน หรือนู๊ด

    - บลัชออน เลือกสีที่อ่อนหวาน

    - ลิปสติก สีนู๊ด หรือสีหวาน ๆ เช่น สีชมพูอ่อน สีส้มอ่อนเป็นต้น

2. ลงรองพื้นที่เราเตรียมไว้ให้ทั่วใบหน้า จากนั้นเกลี่ยให้เสมอกันด้วยนิ้วมือ หรือหากใครมีแปรงก็สามารถนำมาใช้เกลี่ยได้ จากนั้นเพื่อเพิ่มความเนียนให้กับพื้นผิวหน้า ให้นำฟองน้ำสำหรับแต่งหน้ามาตบทั่วใบหน้าอีกทีเพื่อให้เกลี่ยเนื้อครีมให้เสมอกัน

3. ลงคอนซีลเลอร์เพื่อปกปิดรอยสิว รอแผล จุดด่างดำบนใบหน้า และเกลี่ยให้เสมอกันกับรองพื้น อาจจะใช้ฟองน้ำตบ ๆ เพื่อให้เนื้อครีมเข้ากันก็ได้

4. เริ่มด้วยการลงแป้งฝุ่นให้ทั่วใบหน้าและลำคอ แนะนำให้ใช้แปรงปัดแก้มหัวใหญ่หรือแปรงคาบุกิก็ได้ เพื่อให้หน้าดูไม่หนักเพราะความหนาของแป้งที่มากเกินไป และการใช้แปรงจะช่วยให้แปรงกระจายตัวได้ดี

5. เมื่อแป้งฝุ่นเซ็ทตัวดีแล้ว  ให้เพิ่มความสว่างบนใบหน้าด้วยแป้งพัฟที่เราเตรียมไว้ทาให้ทั่วหน้า และลำคอ ยังคงใช้แปรงในการลงแป้งเช่นเดิม เพื่อป้องกันไม่ให้แป้งบนใบหน้าแลดูหนาเกินไป

6. ขั้นตอนต่อไป  คือ การแต่งตา ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญมาก คือ ให้ลงสีโทนสว่างลงไปก่อน เช่นสีขาวมุก สีบลอนด์เป็นต้น จากนั้นเริ่มทาสีที่เข้มกว่าจากทางหางตาโดยเน้นที่ปลายตา จากนั้นทาสีที่อ่อนลงตรงบริเวณเปลือกตาส่วนกลาง เบลนด์สีทั้ง 2 ให้กลมกลืน สามารถเพิ่มความแวววาวเล็กน้อยด้วยการลงชิมเมอร์ด้วยก็ได้

7. เมื่อลงอายเเชโดว์ที่ตาเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการลงอายไลน์เนอร์ ขั้นตอนนี้มือต้องนิ่งเพื่อให้ได้เส้นอายที่คมกริบ สวยงาม จากนั้นให้ลงมาสคาร่า เพิ่มความหนาของขนตา เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้เราได้ดียิ่งขึ้น

8. แต่งคิ้ว ให้วาดด้วยดินสอเขียนคิ้วไว้เป็นโครงร่างก่อน จากนั้นใช้ดินสอเขียนคิ้ววางตามเส้นขนคิ้วเพื่อให้แลดูเป็นธรรมชาติ ใช้มาสคาร่าคิ้วเพื่อความเป็นธรรมชาติและความหนานุ่มให้กับขนคิ้ว มาสคาร่าจะช่วยทำให้คิ้วอยู่ทรงสวยได้ยาวนาน

9. วิเคราะห์จุดอ่อนบนใบหน้าที่ไม่ต้องการ เช่น คางที่มีขนาดยาวเกินไป ,  แก้มที่มีความอิ่มเอิบมากเกินไป เป็นต้น จากนั้นจึงนำเฉดดิ้งมาลบส่วนเกินบนใบหน้าออกไป โดยการลงเฉดดิ้งด้วยแปรง และไม่ควรลงหนาเกินไป อาจจะเพิ่มสันเงาจมูกด้วยก็ได้โดยเอาสีเฉดดิ้งนั้นมาทาที่ข้างจมูกเพื่อให้เกิดเงา  การลงเฉดดิ้งเป็นการเล่นสีเพื่อลบพื้นที่ที่มีขนาดใหญ่เกินไปที่สาวๆไม่ต้องการให้มีขนาดเล็กลง ทำให้ใบหน้าดูมีมิติและเรียวสวยขึ้น

10. ปัดแก้มด้วยสีบลัชออนที่เตรียมไว้ วิธีการปัดให้ดูสวยคือ จะต้องยิ้ม และใช้แปรงปัดบริเวณแก้ม และเพื่อเพิ่มมิติให้ดูสวยงาม อาจจะลงชิมเมอร์เพื่อให้มีบางส่วนของใบหน้าเด่นออกมา เมื่อถ่ายรูปแล้วจะดูดีขึ้น

11. ทาลิปสติก โดยเลือกสีลิปสติกที่เข้ากับสีของเมคอัพบนใบหน้า การทาลิปสติกให้แลดูริมฝีปากอวบอิ่ม ควรใช้คอนซีลเลอร์ลิปสติกรองพื้นก่อนทุกครั้งเพื่อช่วยให้ริ้วรอยที่ผิวบริเวณริมฝีปากถูกกลบออกไป ช่วยให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มขึ้น

12. ปัดด้วยแป้งฝุ่นเพื่อความกลมกลืนเป็นธรรมชาติของเมคอัพ การลงทับด้วยแป้งฝุ่นยังเป็นเทคนิคให้เครื่องสำอางอยู่ติดหน้านานขึ้นด้วย

แต่งหน้าไปงานแต่ง

                ทั้งหมดเป็นขั้นตอนการแต่งหน้าไปงานแต่งที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน เป็นการแต่งหน้าแบบเบสิคแต่ช่วยให้คุณสามารถเมคอัพหน้าได้อย่างเหมาะสม มีความโดดเด่นแบบพอดี

                สิ่งสำคัญอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึงนอกเหนือจากเรื่องของการลงเมคอัพ คือ ทรงผม ควรเลือกทรงผมไปงานแต่งงานให้เข้ากับชุดไปงาน งานแต่งงานกลางวันควรเลือกทรงผมที่ไม่ก่อให้เกิดความน่ารำคาญ เนื่องจากสภาพอากาศช่วงกลางวันที่ร้อน อาจส่งผลให้ผมฟู กระเจิง ได้ คุณสามารถทำผมแบบเรียบง่าย ด้วยการรวบผมตึงหรือถักเปีย เพื่อให้ทรงผมไม่ก่อให้เกิดความน่ารำคาญ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแล