การสักปากชมพู

เป็นการเพิ่มสีสันให้แก่ริมฝีปากเพื่อคืนความสวยงามที่แลดูเป็นธรรมชาติให้แก่ริมฝีปากได้อย่างถาวร เพราะริมฝีปากของคนเราใช่ว่าจะมีสีชมพูเป็นธรรมชาติเหมือนกันทั้งหมด เพราะด้วยสิ่งแวดล้อมรอบกายและพฤติกรรมที่หลากหลายของคนเรา จึงส่งผลให้ริมฝีปากเปลี่ยนสีจากชมพูเป็นสีคล้ำหรือสีดำ ไม่ว่าจะเป็นสูบบุหรี่ การไม่บำรุงรักษาริมฝีปาก และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่หากว่าเลือกแล้วว่าต้องการแก้ปัญหาริมฝีปากด้วยการสัก ก็ควรรู้และทำความเข้าใจเอาไว้ก่อนที่จะไปทำการสักปากชมพู

การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะไปสักปากชมพู

พยายามรับประทานอาหารไปให้เรียบร้อยก่อนเสมอ เพราะการสักปากชมพูจะใช้เวลาในการสักอยู่ประมาณ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งระหว่างการสักจะยังไม่สามารถดื่มหรือรับประทานสิ่งใดได้ทั้งนั้น ดังนั้นการดื่มและรับประทานอาหารไปให้พร้อมก่อนเข้ารับการสักย่อมเป็นการเตรียมพร้อมที่ดีที่สุด การสักปากชมพูจะเริ่มต้นด้วยการเลือกสีสันที่ต้องการสัก จากนั้นจะเริ่มทายาชาบริเวณริมฝีปาก ใช้เวลาประมาณ 20-30 นาที ยาชาจึงจะเริ่มออกฤทธิ์ แล้วช่างสักจึงจะเริ่มต้นการสัก หากในช่วงที่สักอยู่เริ่มรู้สึกเจ็บสามารถบอกให้ช่างเพิ่มยาชาให้ได้เสมอ เพราะในการสักปากชมพูค่อนข้างใช้เวลา จึงอาจจะมีบ้างที่ยาชาเริ่มอ่อนประสิทธิภาพลง

อาการหลังจากการสักปากชมพูแล้ว

อาการส่วนใหญ่ก็คืออาจจะมีอาการบวมและเจ็บบริเวณริมฝีปาก ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการกินยาแก้อักเสบและใช้ผ้าปิดแผล หายามาใช้สำหรับทารักษาแผลจากการสักปากชมพู ซึ่งขอรับคำแนะนำจากช่างสักได้ว่าสามารถใช้ยาตัวไหน เพื่อทำให้แผลจากการสักปากชมพูหายได้เร็วมากยิ่งขึ้น สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดหลังจากการสักปากชมพู คือ การเกา แกะแผล และต้องบ้วนปากใช้น้ำเกลือเช็ดริมฝีปาก หลังจากรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้แผลจากการสักริมฝีปากติดเชื้อโรคได้ เมื่อแผลจากการสักปากชมพูเริ่มลอกแล้วอาจจะมีส่วนที่เห็นสีสันชัดเจนและส่วนที่สีสันไม่ชัดเจน อย่าเพิ่งใจร้อนให้รอแผลลอกให้หมดก่อน จึงจะตัดสินได้ว่าสีสันของริมฝีปากเท่ากันทั้งหมดหรือไม่


Photo credit.wongnai beauty

โอกาสที่สีสันจะติดอย่างเต็มที่หลังจากการสักปากชมพูครั้งแรกมีแค่ไหน

สีสันของการสักริมฝีปากชมพูจะติดที่ริมฝีปากประมาณ 30-50% เท่านั้น ซึ่งหากสีสันไม่เสมอกันหรือสีสันติดเพียงเล็กน้อย จะต้องทำการสักซ้ำครั้งที่ 2 เพื่อเป็นการแก้ไข ต้องรอให้แผลเก่าที่สักมาหายดีก่อนแล้ว จึงจะสามารถทำการสักเพื่อแก้ไขหรือเติมสีสันให้ริมฝีปากได้ แม้ว่าหลังจากการสักครั้งแรกจะเห็นสีสันที่ค่อนข้างเข้มพอสมควร แต่เมื่อแผลสักเริ่มลอกสีสันที่ดูเข้มเหล่านั้นจะกลายเป็นสีสันที่แลดูธรรมชาติหรืออาจจะซีดจางไปเลย ซึ่งหากเป็นการสักกับทางช่างผู้มีความชำนาญแล้วโอกาสพลาดจะเกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความดำคล้ำของริมฝีปากด้วยว่าอยู่ในระดับไหน หากดำมาก็จำเป็นต้องสักซ้ำแน่นอน แต่หากว่าดำเล็กน้อยก็อาจจะไม่ต้องสักซ้ำอีกครั้ง